Skip to content

Archive

Archive for พฤศจิกายน, 2012

กรรมการวิพากษ์ผลงานโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การพัฒนาศักยภาพนักเรียนนักศึกษาพิการ ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2555 ณ โรงแรมประตูน้ำ จังหวัดขอนแก่น

เครดิตสนุกดอทคอม

ท่าที่ 1 เสยผม

ใช้นิ้วกลาง ของมือทั้ง 2 ข้าง กดขอบกระบอกตาบนบริเวณเหนือคิ้วให้แน่นพอสมควร

หลังจากนั้นค่อยๆ ดันนิ้วทั้งสามเลื่อนดันขึ้นไปบนศรีษะจนถึงท้ายทอย สำหรับท่าเสยผมควร (ทำ 10-20ครั้ง)

ท่าที่ 2 ท่าแป้ง

ใช้นิ้วกลางทั้งสองข้าง กดตรงหัวตา(โคนสันจมูก) ให้แน่นพอควร

ดัน นิ้วขึ้นไปจนถึงหน้าผาก รวบปลายนิ้วทั้งหมดจรดกัน (เว้นนิ้วหัวแม่มือ) แล้วลูบให้แนบสนิทกับข้างแก้มลงไปย้งด้านข้างคาง (ทำท่านี้10-20ครั้ง)

ท่าที่ 3 ท่าเช็ดปาก

ใช้ ฝ่ามือขวาทาบบนปาก ให้ฝ่ามือกดแน่นกับปากพอควร ลากมือไปทางขวาให้สุด นับ1ครั้ง และเปลี่ยนใช้มือซ้ายทาบปากแล้วทำแบบเดียวกัน( ทำท่านี้10-20ครั้ง)

ท่าที่ 4 เช็ดคาง

ใช้ หลังมือขวาทาบใต้คางให้หลังมือกดแน่นกับคางพอควร แล้วลากมือจากทางซ้ายไปขวา นับเป็น 1 ครั้ง เปลี่ยนใช้มือซ้ายทำแบบเดียวกัน (ทำ10-20ครั้ง)

ท่าที่ 5 กดใต้คาง

ใช้ นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างกดใต้คาง ให้ปลายนิ้วตั้งฉากกับคางใช้แรงกดพอสมควร นาน 10 นาที หรือนับ 1-10 อย่างช้าๆ เลื่อนจุดกดให้ทั่วใต้คางเฉพาะทางด้านหน้าทำ 5-10 ครั้ง)

ท่าที่ 6 ถูหน้าและหลังหู

ใช้มือแต่ละข้างคีบหูโดยกางนิ้วกลางแล้วนิ้วชี้คีบอย่างหลวมๆ วางมือให้แนบสนิทกับแก้มถูขึ้นลงแรงๆ นับเป็น1ครั้ง (ทำ20-30ครั้ง)

ท่าที่ 7 ตบท้ายทอย

ใช้ ฝ่ามือบิดหูซ้าย มือขวาปิดหูขวาให้นิ้วทั้งหมดอยู่ตรงท้ายทอย และปลายนิ้วกลางจรดกันกระดกนิ้วข้นให้มากที่สุด แล้วตบที่ท้ายทอยพร้อมกันทั่ง 2 มือด้วยความแรงพอควร (ทำ20-30ครั้ง)


*** สำหรับท่านี้ต้องไม่ยกฝ่ามือออกจากหู เพราะทำให้การตบแรงเกินควร ซึ่งอาจจะให้ผลเสียได้

เมื่อทำครบทั้ง 7 ท่า จะรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มนวลขึ้น หัวโปร่ง เบาสบาย ตาสว่าง
หายง่วงนอน รู้สึกสดสดชื้น ฯลฯ ถ้าเป็นไปได้ควรทำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า และ ตอนเย็น หรือทำเมื่อต้องการพักผ่อน

ข้อระวัง

– ควรตัดเล็บให้สั้น
– ไม่ควรใส่เครื่องประดับ
– ต้องทำความสะอาดใบหน้าและมือก่อนนวด
– ไม่ควรนวดเมื่อมีไข้หรือใบหน้าเป็นสิว
– ไม่ควรเร่งรีบ แต่ควรมีสมาธิและความตั้งใจในการนวด
– ระยะแรกเริ่มนวดค่อยๆ และเพิ่มแรงที่ละน้อย
– ควรนวดอย่างสม่ำเสมอและเป็นประจำ

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน

 

โครงการภาพยนตร์ พุทธศาสดา

เครดิต สนุกดอทคอม

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในคนไข้ที่ติดเครื่องมือจัดฟันคือ การมีเหงือกอักเสบและมีฟันผุ เนื่องมาจากการดูแลสุขภาพช่องปากที่ยากลำบากขึ้น เรามีข้อแนะนำในการดูแลความสะอาดสุขภาพช่องปากที่อยู่ในระหว่างจัดฟัน ดังนี้

1.ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังทานอาหาร และก่อนนอน เนื่องจากในระหว่างที่ทานอาหาร จะมีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกฟันเยอะมาก บางครั้งการบ้วนปากเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดเศษอาหารที่ตกค้างออกได้ หมด ถ้าเป็นไปได้ก็ควรใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังทานอาหารเช่นเดียวกัน แต่ถ้าไม่สะดวกก็ต้องใช้วันละ 1 ครั้ง ก่อนแปรงฟันตอนเย็น

2.กรณีที่ ใช้ไหมขัดฟันไม่สะดวก อาจจะเลือกใช้เป็น ไหมขัดฟันชนิดพิเศษ (Superfloss) ช่วยทำความสะอาดแทน โดยใช้ส่วนปลายของไหมขัดฟันชนิดพิเศษซึ่งมีความแข็งสอดเข้าไประหว่างฟัน และลวด

3.ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และ ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละครั้งเพื่อลดอัตราการเกิดฟันผุ

4.ใช้ แปรงสีฟันที่ออกแบบมาเฉพาะคนไข้จัดฟันจะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย และสะอาดกว่าการใช้แปรงสีฟันธรรมดา    การใช้แปรงซอกฟัน จะสามารถเข้าไปทำความสะอาดซอกฟัน และบริเวณใต้ลวดได้ ทำโดยการสอดหัวแปรงเข้าใต้ลวดระหว่างซอกฟัน และหมุนเบาๆ

5.ควรจะขูด หินปูน ร่วมกับการตรวจเช็คฟันผุ ทุก 6 เดือน เนื่องจากในคนไข้ที่ติดเครื่องมือจัดฟันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหงือก อักเสบ และฟันผุได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

ข้อควรระวัง

1.หลีก เลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งๆ เหนียว กรอบๆ เช่นเคี้ยวก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว หมากฝรั่ง เพราะอาจจะทำให้เครื่องมือหลุดได้ ถ้าเครื่องมือหลุดบ่อยๆ ก็ต้องกลับไปให้หมอฟันติดให้ใหม่ เสียเวลาและค่าใช้จ่าย

2.อาหารที่รับประทานที่เป็นชิ้นใหญ่ ควรตัดแบ่งเป็นชิ้นให้พอดีคำ ไม่ควรใช้ฟันในการกัดแบ่ง

3.ควร เลือกทานอาหารอ่อน โดยเฉพาะตอนที่เพิ่งจะติดเครื่องมือ หรือเปลี่ยนลวดใหม่ๆ ถ้ามีเส้นลวดเล็กๆ ทิ่มกระพุ้งแก้ม หรือริมฝีปาก ให้ใช้ของไม่มีคม เช่น ยางลบปลายดินสอซึ่งต้องทำความสะอาดก่อนโดยการเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป หากไม่สามารถกดปลายลวดให้เข้าไปได้ ให้ใช้ขี้ผึ้งที่ทันตแพทย์ให้มาปิดปลายเส้นลวดก่อน แล้วจึงมาพบทันตแพทย์เพื่อแก้ไข และปรับแต่งเส้นลวดใหม่บริเวณนั้น

เพียงเท่านี้การจัดฟันของคุณก็จะราบรื่น ได้ฟันสวยๆ ไร้ปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบ

 

http://www.itallnews.com/

 

วิธีตรวจสอบ iphone 5 เช็คสภาพเครื่องก่อนออกจากศูนย์/ร้าน + การเลือกซื้อไอโฟน 5 มือ 1,2

 

สำหรับ iPhone 5 ที่เริ่มวางจำหน่ายและเปิด จอง iPhone 5 ในประเทศไทย นั้น หลายคนคงจะได้เริ่มเป็นเจ้าของกันแล้ว และสำหรับวันนี้ทีมงานจะมาแนะนำถึงวิธีการเลือกซื้อ พร้อมตรวจสอบสภาพ iPhone 5 ก่อนที่จะออกจากศูนย์บริการ Truemove H, Ais, DTAC หรือออกจากร้าน ใช้ตรวจสอบได้ทั้งเครื่องมือ 1 และ มือ 2 เลยละครับ

1. ตรวจสอบสภาพกล่อง : กล่องของ iPhone 5 จะต้องปิดสนิทไม่มีรอยแกะ ซีลพลาสติกอยู่ครบทุกด้าน กล่องไม่บุบไม่มีฉีกขาด ** ในกรณีซื้อเครื่องหิ้วหรือ ร้านด้านนอกเช่น MBK ให้ดูรายละเอียดอื่นๆ ต่อไปเพราะว่าเดี๋ยวนี้มีเครื่องซีลเนียนเหมือนออกจากศูนย์เลย

2. ตรวจสอบอุปกรณ์เสริม : ทำการตรวจสอบอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง โดย iPhone 5 จะมีอุปกรณ์เสริมตามรายการดังนี้ ** หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขนาดหายไปให้เปลี่ยนตัวใหม่ทันที
คู่มือเอกสารการใช้งาน iPhone 5
ที่จิ้มถาดซิมการ์ด (ทำจาก Liquid Metal)
หูฟัง EarPods (มาพร้อมแพ็คเกจและฝากปิดสนิท)
Adapter อแดปเตอร์ที่ใช้งานกับประเทศไทย (ไม่ใช่ 3 ขา)
USB Lightning Cable สายดาต้าซิงค์ แบบ 8-Pin

3. ตรวจสอบสภาพภายนอก :
เขย่า : การเขย่า iPhone 5 จะต้องไม่มีเสียงใดๆ เลย ตัวเครื่องและภายในจะต้องแน่นสนิทไม่มีเสียง ก๊อกแก๊ก กิ๊กๆ กลุ๊กๆ ใดๆ ทั้งสิ้น
รอยขีดข่วน : ถึง แม้ว่า iPhone 5 สีดำจะเกิดรอยง่ายมากเนื่องจากวัสดุในการผลิต (Anodized aluminium) แต่ถึงแม้จะเป็นรอยง่ายขนาดไหนก็ต้องห้ามเป็นตั้งแต่ออกมาจากกล่องนะครับ (สีขาวก็ใช่ว่าจะไม่มี ตรวจสอบให้ดีครับ) หากมีกันลอยให้ลอกออกเพื่อดูลอยขนแมวด้วยนะครับ บางคนมาลอกที่บ้านแล้วเจอเพียบเลย

ขอบตัวเครื่อง : ตัว เครื่องต้องแนบสนิทไม่มีรอยแตก หรือรอยแยก (เปิดอ้า) ไม่มีรอยร้าว ที่สำคัญต้องไม่มีปัญหาแสงรั่ว (Light Leak) จากของทั้ง 4 ด้าน สำคัญตรงส่วนบนปุ่ม Home ที่เจอปัญหามากที่สุดในล็อตแรก

ปุ่ม : ปุ่มบนเครื่อง iPhone 5 ต้องแนบสนิทกดปุ๊บ ติดปั๊บ ไม่ติดมีขัด ไม่มีหลวม เราต้องตรวจสอบปุ่มทั้งหมด 4 จุดได้แก่
Sleep/Wake Button ปุ่มปิดเปิดเครื่อง กดปิดต้องล็อคหน้าจอ กดติดทุกครั้งห้ามหลวม
Ring/Silent switch ปุ่มปิดเสียง ทดสอบเลยนะครับต้องปิดได้จริง
Volume Buttons ปุ่มปรับระดับเสียง กด + เป็น + / กด – เป็น – ห้ามสลับกัน
Home Button ปุ่มโฮมสำคัญเลยกด 10 ครั้ง ต้องติด 10 ครั้ง

หน้าจอ : สำหรับ หน้าจอนั้นเคยมีปัญหาใน iPhone 4S เรื่องฝุ่น (กระจกด้านใน) ไม่สามารถเช็ดออกได้ ใน iPhone 5 ก็ต้องดูเช่นกัน รวมไปถึงรอยขีดข่วนบนหน้าจอด้วย และก็ไม่มีบุบหรือบุ๋มลงไป
กล้อง : ดู ภายนอกแล้วต้องไม่มีรอยขีดข่วนบนเลนส์ และแนบสนิท ตรวจสอบทั้งกล้องหน้าและหลังเลยนะครับ ดูเลยไปถึง Flash ด้วยดวงไฟต้องไม่มีรอยเช่นกัน

หูฟัง Earpods : หูฟังรุ่นใหม่ที่ทางแอปเปิ้ลออกแบบมารูปร่างหน้าตาจะเป็นแบบตามภาพนะครับ ใครได้รุ่นเก่าอย่างรับเครื่องมาเด็ดขาด เมื่อได้มาให้แกะออกมาทดสอบด้วยนะครับอย่างทดสอบแต่ตัวเครื่อง ข้อต่อสายต้องแน่น ปุ่มปรับระดับเสียงต้องใช้งานได้ (ไม่สลับด้านกัน) ไมค์ต้องใช้งานได้เป็นอย่างดี (ทดสอบโทรออกพูดคุยด้วยนะครับ)

คีย์บอร์ด : สำหรับ iPhone 5 มีเรื่องที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มนิดหน่อยคือ Keyboard เกิดปัญหาเส้นขีดหรือที่เรียกว่า Keyboard Glitches หากเจอแบบนี้เปลี่ยนสถานเดียวครับ

4. ตรวจสอบแถบความชื้น : ถึง จะเป็น iPhone 5 เครื่องศูนย์อย่าง Truemove H , AIS , DTAC , iStudio ก็ต้องตรวจสอบเรื่องความชื้นให้ดี หากออกมาจากสูนย์แล้วมันจะคุยกันยาก เพราะเค้าไม่รับประกันเลย (หลุดประกัน) และสำหรับแถบวัดความชื้น iPhone 5 ได้เปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่ในช่องถาดซิมนะครับ ** หากมีสีแดงขึ้นตามภาพให้เปลี่ยนเครื่องนะครับ

5. Model – Serial No – IMEI iPhone 5 : ตรวจ สอบ รหัสเครื่อง (Serial No), อีมี่ (IMEI), เลขโมเดล Model ให้ตรงกันทั้งบนกล่องและบนตัวเครื่อง เลขทั้ง 3 ชุดต้องตรงกันนะครับหากไม่ตรงกันนี่เปลี่ยนสถานเดียว หรือซื้อจาก MBK หรือร้านด้านนอกก็ขอไม่รับเครื่องและเรียกเงินคืนครับ วิธีการดูค่าดังกล่าวบน iPhone 5 ให้เลือกGeneral > About ครับ

6. ตรวจสอบประกันเครื่อง iPhone 5 : การ ตรวจสอบประกันนั้น สำคัญมากหากเป็นการซื้อเครื่องมือ 2 เพราะเป็นปัจจัยในการกำหนดราคาด้วย และหากเป็นเครื่องศูนย์ก็ต้องดูเช่นกันครับ เครื่องใหม่จริงๆ ไม่ผ่านมือใครต้องยังไม่มีการเปิดประกัน (ลงทะเบียน) เพื่อความมันใจระหว่างทดสอบเครื่องให้เราทำการลงทะเบียนเลยครับ การตรวจสอบประกันให้เข้าไปที่ https://selfsolve.apple.com/agreementWarrantyDynamic.do หรือ http://goo.gl/ylbl จากนั้นนำSerial Number ที่ได้จากข้อ 4. ไปใส่แล้วกด Continue ก็จะดูวันสิ้นสุดประกันได้แล้วครับ

7. ตรวจสอบ Hot Pixel, Dead Pixel : ตรวจสอบหาจุดบอดในหน้าจอหรือไม่ โดยเปิด Browser Safari ใน iPhone 5 (ต่อ internet ด้วยนะ) และเข้าไปที่ http://iphonedpt.awardspace.com จะ พบปุ่มสีบนหน้าจอทั้งหมด 5 สี ดำ น้ำเงิน แดง เขียว เหลือง ดูให้ครงทุดสีนะครับอย่างให้มี จุดดำ หรือ จุดขาว อยู่บนหน้าจอแม้แต่จุดเดียว
8. Gyroscope : ตรวจ สอบเซ็นเซอร์โดยทำการติดตั้งแอพพลิเคชั่น Gyroscope (Free) จาก App Store จากนั้นเปิดแอปขึ้นมาทำการทดสอบหมุนหน้าจอไปมาซ้าย-ขวา ขึ้น-ลง ดูว่าทำงานปกติหรือไม่ หรือใครขี้เกียจติดตั้งแอปก็ลองหมุนหน้าจอแนวตั้ง แนวนอนดูว่าหน้าจอตัดการทำงานตามเราหมุนหรือไม่ (อันนี้เป็นการทดสอบ Accelerometer ไปในตัว)

9. ซิมการ์ด SIM : ก่อนอื่นเลยทดสอบถอดซิมเข้าออกดูซัก 3 ครั้งดูว่าจับสัญญาณได้ดีทุกครั้งหรือไม่ โดยจะมีรูปแบบปัญหาดังนี้ (ซิมการ์ดต้องชัวร์ว่าไม่มีปัญหา)

NO Sim Card Installed หาซิมไม่เจอ หากใส่ซิมแล้วยังขึ้นคำนี้อยู่ให้ลองดูเครื่องใหม่ครับ
Searching : No Service หา สัญญาณไม่เจอ ไม่มีสัญญาณ หรือจับได้ขีดเดียว อย่าคิดว่าไม่มีปัญหาครับลองตรวจสอบกับอีกเครื่องนึงดูก่อนครับ หรือเปลี่ยนเครื่องไปเลย

10. โทรศัพท์เข้า-ออก & : ทดสอบโทรออกและรับสายเข้า พูดคุยสนทนาดูว่าเสียงดังฟังชัดไหม

11. 3G/Wi-Fi & Bluetooth : ทดสอบ 3G ดูว่าสามารถจับสัญญาณได้หรือป่าว รวมไปถึงการจับสัญญาณ Wi-Fi ด้วยอย่าให้เจออาการติดๆ ดับๆ หรือสัญญาณหาย และอย่างลืมทดสอบ Bluetooth ด้วยละครับ

12. ระบบเสียง : ให้ทำการทดสอบลำโพงของ iPhone 5 ว่าเสียงออกมาเป็นอย่างไรบ้าง ทดสอบเปิดเพลงหรือYoutube เลยครับดูว่าเสียงโอเคใหม่ทดสอบปุ่มปรับระดับเสียงไปในตัวด้วย

13. Personal Hotspot : ตรวจสอบดูการกระจ่ายสัญญาณและการใช้งานว่าฟีเจอร์นี้ทำงานได้ปกติไหมเพราะเมืองนอกเคยเจอปัญหาว่าใช้งานไม่ได้กับเครือข่ายในบางประเทศ ลองแชร์อินเตอร์เน็ต 3G ไปให้มือถืออีกเครื่องนึงดูก็ได้  

ขอขอบคุณบทความจาก itallnews.com

 

http://www.decha.com/main/main.php

 

สรุปเอกสาร ที่ต้องส่งขอเลื่อนวิทยฐานะ top1

คุณเชื่อไหมว่า ความสุขไม่ได้เริ่มต้นที่ไหนไกลเลย เพราะคุณสามารถเพาะความสุขปลูกลงในหัวใจตัวเองได้ด้วยการเริ่มต้นจากตัวคุณเอง

หลายคนอาจเคยผ่านช่วงเวลาการใช้ชีวิตระหว่างวันอย่างน่าเบื่อหน่ายอยู่บ่อย ครั้ง และทุกครั้งก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่และจมอยู่กับความทุกข์มากขึ้น นอกเสียจากคุณจะมองหาอะไรใหม่ๆ ทำเพื่อผ่อนคลายตัวเอง การหากิจกรรมเบาๆ ทำ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้วันนั้นๆ ไม่น่าเบื่อและไม่หมดไปอย่างไร้ค่าอีกต่อไป

ความเครียดที่สุมอยู่ในอกย่อมโบกมือจากเราไปได้ ดังนั้น มาผ่อนคลายไปกับกิจกรรมเบาๆ ระหว่างวันกันเถอะ

อ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงใดเลย เพียงแค่หยิบหนังสือเล่มโปรดสักเล่มขึ้นอ่าน อาจเป็นนวนิยายรักโรแมนติค หนังสือธรรมะ เรื่องสั้น บทความ สำหรับสาวๆ อย่างเราก็อาจหนีไม่พ้นหนังสือความสวยความงาม นิตยสารแฟชั่นหรือจะเรื่องใดก็ได้ เพราะหนังสือทำให้ความคิดของเราโลดแล่น เป็นการปลุกจินตนาการของตัวเอง และทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพชีวิตให้ดีขึ้นพร้อมกันด้วย

ท่องโลกไซเบอร์เพื่อเปิดโลกกว้างกับสิ่งใหม่ ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่ปฏิเสธเลยว่าการใช้คอมพิวเตอร์กลายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งที่คน เราทำอย่างต่อเนื่อง ข้อดีของการเล่นอินเทอร์เน็ตนั้น มีอยู่มากมายเพราะโลกไซเบอร์มีอะไรซุกซ่อนอยู่มากอย่างที่เราคาดไม่ถึง ข้อมูลความรู้ต่างๆ ล้วนบรรจุอยู่อย่างไร้พิกัดที่เราจะสามารถเรียนรู้ได้หมด ใครที่อยากรู้เรื่องอะไร ก็เพียงกดคลิกเดียวเราก็สามารถค้นหาคำตอบได้แล้ว แต่การท่องโลกไซเบอร์อย่างไร้ขีดจำกัดไปกับเรื่องไร้สาระที่ไม่ช่วยให้เกิด เป็นประโยชน์เลยก็อาจสร้างโทษให้เราได้เช่นกัน อย่างเช่น การเล่นเกมส์ออนไลน์จนติด การแชทพูดคุยกับเพื่อนหน้าใหม่แปลกตาที่เขาอาจไม่ประสงค์ดีต่อเราซึ่งเสี่ยง ให้เกิดอันตรายแก่ตัวเองได้ ฯลฯ เหล่านี้นอกจากทำให้เสียเวลาเปล่าแล้ว หากเราไม่อาจควบคุมตัวเอง สิ่งเหล่านี้ก็ย้อนกลับมาทำให้เราเสียนิสัยได้เช่นกัน

ดูหนัง ฟังเพลง ร้อยทั้งร้อยที่เลือกดูหนังฟังเพลง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมผ่อนคลายความตึงเครียดที่ดีอย่างหนึ่ง ใครก็ตามที่เคยเครียดกับปัญหา เชื่อไหมพอได้ฟังเพลงของศิลปินโปรดอย่างเพลินใจแล้ว มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าความเครียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมันจางหายไปเยอะ ใจของเราจะว่างโหวงเบาสบายอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ การฟังเพลงจึงเป็นกิจกรรมสบายๆ ให้เราสามารถยิ้มกับตัวเองอย่างมีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียวค่ะ

ออกกำลังกาย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในยามที่เรากำลังเครียด ไม่มีความสุขกับชีวิต หากได้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายแล้ว ยอมรับเลยว่าความรู้สึกของเราจะกลายเป็นคนละคนกับตอนแรกทันที เพราะสารแห่งความสุขมันหลั่งออกมาในขณะที่เราออกกำลังกาย มันสามารถขับไล่ความทุกข์ใจต่างๆ ออกได้หมดสิ้น เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยสัมผัสกับตัวเองมาแล้ว เรื่องเครียดๆ อะไรก็ตามที่สุมอยู่ในตัวเราจะลืมมันไปทันที เพราะเรากำลังสนุกกับการออกกำลังกายโดยเฉพาะการเล่นกีฬาที่เราชอบด้วยแล้ว ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ กิจกรรมที่เราทำมันชวนให้ความตื่นเต้นยิ่งกว่า คนที่อยู่เฉยๆ ปล่อยเวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เราจึงเห็นคนที่ชอบทำหน้าบึ้งเคร่งเครียด นั่นก็เพราะสารแห่งความทุกข์มันครอบคลุมจิตใจอยู่นั่นเอง

หาเวลาอยู่กับธรรมชาติ ฉันเป็นคนที่รักธรรมชาติ ชอบมองบรรยากาศสีเขียวของต้นไม้และท้องฟ้าใสๆ เพราะสีเขียวของใบไม้สามารถผ่อนคลายจิตใจของเราที่รุ่มร้อนให้เย็นลงได้จริง ไม่ว่าจะอยู่กับธรรมชาติแบบไหน อย่างเช่นการปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ เดินเล่นในสวน ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเติมเต็มพลังแห่งการมีชีวิตใหม่ให้เราได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่เชื่อ… ฉันอยากให้คุณลองทำดู แล้วคุณจะหลงใหลเสียงเพลงใบไม้ที่มาพร้อมสายลมอ่อนๆ อย่างถอนตัวไม่ขึ้นก็เป็นได้

สร้างสรรค์งานฝีมือ สมัยนี้คนที่มีฝีมือในการถักพวกนิตติ้งต่างๆ มีมากมายขึ้น อาจเพราะเป็นเทรนด์ที่มาแรงอยู่แล้ว ยิ่งสาวๆ เราชอบอะไรที่หวานๆ น่ารักๆ จึงทำให้หนังสือการสอนถักนิตติ้ง ถักโครเชต์ต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายเกลื่อนเมือง ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำงานฝีมือเช่นเดียวกัน วันนี้คุณอาจจะบอกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ แต่ขอให้คุณพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ตราบใดที่เราพัฒนาความสามารถไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่แน่นะคะ นอกจากเราจะเป็นสาวสวยจนใครๆ อิจฉาแล้ว งานฝีมือย่อมสร้างคุณค่าให้ตัวเราได้มากขึ้นอีกไม่น้อยทีเดียว ในอนาคตเราอาจมีเงินเก็บเยอะขึ้นเพราะงานเหล่านี้ก็เป็นได้

เล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ไม่ว่าใครต่างก็มีสัตว์เลี้ยงในดวงใจที่ชอบด้วยกันทุกคน หากคุณรักหรือชอบสัตว์เลี้ยงชนิดใดก็ตามอย่างเช่น หมา แมว กระต่าย ปลา ฯลฯ ในยามที่คุณว่างไม่มีอะไรทำ ลองให้สัตว์เหล่านี้มาเป็นเพื่อนรู้ใจคุณในยามเบื่อหน่ายดูบ้างดีไหม ถ้าหากบ้านคุณมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว ก็เพียงแวะไปนั่งเล่นพูดคุย ให้อาหารมันหน่อย ยิ่งหากมีเรื่องไม่สบายใจไม่รู้จะหันไประบายกับใคร การระบายให้เจ้าสี่ขาตัวโปรดของคุณฟังนี่แหละ ถือเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดได้อย่างดีเชียวล่ะ

ทำอาหาร คนที่ทำอาหารเป็นก็ถือว่าน่าชื่นชมอย่างหนึ่ง แต่คนที่ทำอาหารเป็นและอร่อยด้วยต่างหากที่จะเรียกได้ว่า มีเสน่ห์ปลายจวักอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้หญิงยุคใหม่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเข้าครัวทำอาหารเท่าไรนัก เพราะเดี๋ยวนี้แค่ซื้ออาหารสำเร็จรูปกลับเข้าบ้านแล้วนำมาเข้าไมโครเวฟตอน มื้ออาหารก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้เสน่ห์ปลายจวักหาได้น้อยกับผู้หญิงยุคใหม่ที่ทำงานกันเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างน้อยขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงสาวยุคใหม่แล้ว ก็ยิ่งควรเติมเสน่ห์ให้ครบถ้วน การทำอาหารให้เก่งและอร่อยเป็นเครื่องการันตีความสามารถได้เป็นอย่างดี สาวสวยสวยอย่างเดียวไม่พอนะคะ วันว่างๆ ลองหากิจกรรมอย่างการเข้าครัวทำอาหารดูสิคะ รับรองว่าเคล็ดลับนี้นอกจากช่วยผ่อนคลายชีวิตให้เป็นสุขแล้ว ยังเป็นกลยุทธ์สูตรสำเร็จที่มัดใจชายหนุ่มที่คุณรักให้อยู่หมัดได้อีกด้วย

Tips To Happy :: คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมง จงตักตวงกิจกรรมยามว่างใส่ชีวิตอย่างผ่อนคลายและพอดี เพราะสิ่งเหล่านี้จะสร้างคุณค่าให้เราข้ามผ่านความทุกข์เพื่อทักทายความสุข ได้อย่างราบรื่นขึ้น

 

เครดิต http://www.meemodel.com/

ลือ ไมโครซอฟท์เตรียมปลดเกษียณ Windows Live Messenger เร็วๆ นี้

image/Windows_Live_Messenger.jpg

Windows Live Messenger ถือเป็นโปรแกรมสนทนาระดับตำนานอีกโปรแกรมหนึ่งที่อยู่คู่กับนักแชทออนไลน์ ทั่วโลกมาเป็นระยะกว่าทศวรรษ แต่อย่างไรก็ดี ระยะหลังมานี้ สถานการณ์ของโปรแกรมแชทชื่อดังดูท่าจะซบเซาลงเล็กน้อย เมื่อถูกโปรแกรมสนทนาที่ไมโครซอฟท์เทคโอเวอร์มาอีกต่ออย่าง Skype ทำคะแนนแซงหน้าไปได้ หรือทั้งหมดนี้คือสัญญาณเตือนถึงปลายยุคของ Windows Live Messenger? ซึ่งก็สอดคล้องพอดีกับรายงานข่าวล่าสุดที่ระบุว่า Windows Live Messenger กำลังใกล้จะถึงวาระเกษียณแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

 

 

 

 

เครดิต http://www.pantip.com

ซึ่งถ้าข่าวดังกล่าวเป็นจริงแน่นอน ผู้ใช้ Messenger เดิมจะถูกย้ายไปยังบริการ Skype ทั้งหมด แต่จะยังคงสามารถใช้ล๊อกอินเดิมเพื่อเข้าสู่ระบบได้ รวมถึงการจัดการรายชื่อต่างๆ ซึ่งสังเกตได้จากหน้าอินเทอร์เฟซของ Skype ที่ไมโครซอฟท์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และตั้งแต่เวอร์ชั่น 6.0 เป็นต้นไป ผู้ใช้ทั้งหมดจะได้รับการต้อนรับด้วยตัวเลือกล๊อกอินเข้าสู่ระบบโดยใช้ชื่อ บัญชีเฟซบุ๊คหรือไมโครซอฟท์ ส่วนวันเวลาที่ไมโครซอฟท์จะปลดระวาง Windows Live Messenger แหล่งข่าวเปิดเผยว่าน่าจะเป็นช่วงก่อนสิ้นปีหรืออาจจะเป็นสัปดาห์นี้เลยก็ ได้ ซึ่งในเวลานี้ไมโครซอฟท์ได้ทำงานอย่างหนักในการปรับปรุง Skype สำหรับการใช้งานร่วมกับ Xbox แdows Phone, Windows 8 หรือแม้แต่โทรทัศน์